เมื่อวันที่ 6 พ.ย. เป็นวันเกิดของพ่อ ปีนี้พ่อเลยเดินทางขึ้นมากทม.

เพื่อมาทำธุระบางอย่างแล้วก็ถือโอกาสอยู่กับครอบครัว จะว่าไปทำไมปีนี้

เราถึงรู้สึกกับวันสำคัญอะไรแบบนี้ ปกติทุกปีก็เฉยๆนะแค่โทรคุยกันก็พอ

อาจเพราะมีอะไรหลายอย่างที่เราต้องดูแลรับผิดชอบ ก็รู้ตัวว่ายังทำดีไม่พอ

ต้องพยายามให้มากกว่านี้อีก เพื่อทุกๆคนเพื่อสิ่งที่ดีให้กับครอบครัวสงสารทุกคนจัง

บางครั้งคุยโทรศัพท์กับพ่อก็อยากจะร้องไห้ออกมา แต่ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง

อยากบอกกับทุกคนให้อดทนอีกหน่อย รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยแต่อยากให้เชื่อมั่นว่าจะมีสักวัน

ที่เป็นวันของเรา ทุกวันนี้ก็พยายามจะไม่เครียดมองไปแต่ข้างหน้าแล้วตั้งใจ

เดินไปให้ถึง บางครั้งเราก็รู้สึกเหมือนคนเห็นแก่ตัวไม่รับรู้รับฟังหรือแก้ปัญหาของใครๆ

ไม่แม้แต่จะเปิดโทรศัพท์มือถือ...  

นั่นเพราะเราไม่อยากจะเครียด สภาวะกดดันจากรอบด้านทุกสิ่งมันทำให้เรา

เริ่มจะเดินผิดทางต้องเตือนสติตัวเองอยู่บ่อยครั้ง

 

บางครั้งน้ำตาคลอ..พยายามจะสะกดอารมณ์แต่ก็ทำไม่ได้ รู้สึกอึดอัดและโดดเดี่ยว 

มีแต่ความเงียบและน้ำตาที่อยู่เป็นเพื่อน เหมือนเจอทางตันไม่มีแสงสว่างสำหรับเรา

 

..แต่ก็ต้องพบว่า เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเราก็ต้องเจอกับทุกสิ่ง..

ที่เรากลัวสิ่งที่เราพยายามจะสลัดมันทิ้งอยู่ดี เราหลอกตัวเองไม่ได้

คำตอบที่เรามีตอนนี้ก็คือ ต้องเข้มแข็งและกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกิดขึ้น

พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทุกวันนี้ก็ยังต้องต่อสู้อยู่กับมันเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ...

 

 

 

วันนี้ดูเหมือนเรื่องจะเครียดไปหน่อย แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ระบายออกมาบ้าง

ตอนนี้มีความตั้งใจหลายอย่างเลยหล่ะ เริ่มจาก...

*เก็บเงินเยอะๆ ใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด ส่วนมากเราจะหมดกับเรื่องกินและของไร้สาระ

*ดูแลผิวดีดี เพราะวันก่อนไปมาส์กหน้าของคลีนิคมาเค้าบอกว่าหน้าเรามีริ้วรอยแล้ว..กรี๊สสส

*เรื่องอาหารก็คงลดปริมาณบ้าง แต่ยังไม่ลดนน.ช่วงนี้ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ต้องทานยาทุกวัน

*พยายามทานผลไม้กับน้ำเปล่าเยอะๆน้ำอัดลมนี่ลืมไปเลย เก็บห้องแทนการไปออกกำลังกาย

*นอนเร็วๆจะได้ตื่นเช้าๆ มีเวลาทำอะไรบ้างคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยแต่ห้ามเครียดนะจ๊ะ   

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลดีๆ

#1 By ท่อตัน (125.25.83.103) on 2009-01-14 03:34